Home ครอบครัว ฉันอ่านไดอารี่ของอดีตแฟนหนุ่มและได้รู้ความจริงว่าเค้าไม่เคยรักฉันเลย

ฉันอ่านไดอารี่ของอดีตแฟนหนุ่มและได้รู้ความจริงว่าเค้าไม่เคยรักฉันเลย

1 second read
0
0
69

ฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงตอบกลับข้อความของแฟนเก่าเมื่อสัปดาห์ก่อน เดาว่าฉันคงเบื่อเพราะความรักของฉันมันจบลงไปปีกว่าแล้ว แต่ความจริงคือฉันยังหยุดรักเขาไม่ได้เลย ดังนั้นพอเขาส่งข้อความมาหาฉันว่าเขากำลังรอสัมภาษณ์งานที่นิวยอร์ค ฉันจึงตอบไปว่าเขาสามารถมาอยู่กับฉันในห้องพักเล็กๆนี้ได้นะ ดูเหมือนว่าการเสนอที่พักให้กับอดีตคนรักที่กำลังตกงานและไร้บ้านช่างเป็นการกระทำที่เสียสละเหลือเกิน แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจของฉันมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่

คืนแรกของเราช่างวิเศษสุดๆ เราออกไปรับประทานอาหารมื้อค่ำด้วยกันและคุยกันเกี่ยวกับเรื่องงาน บทสนทนาต่างๆลื่นไหลเหมือนกับเมื่อสามปีที่แล้วในสมัยที่เรายังคบหากันอยู่เลย แต่จะต่างกันก็แค่ตอนนี้เราทั้งสองคนโตขึ้นเล็กน้อย เมื่อกลับถึงบ้านฉันก็ช่วยเขาจัดแจงสิ่งของ จากนั้นฉันก็หอมแก้มเขาและจบลงที่การมีเซ็กส์แบบเรียบๆและไม่หวือหวามากนัก วันต่อมาฉันก็ยังมีความสุขกับการปรนนิบัติพัดวีเขาราวกับว่าเราได้คบกันอีกครั้ง พอวันที่สามเขามีนัดกับหมอ ส่วนฉันก็ออกไปทำงานตามปกติ และเมื่อฉันกลับถึงบ้านก็สังเกตว่าเขาลืมเป้ไว้ที่พื้นข้างเตียงของฉัน ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เจออะไรในนั้น อาฟเตอร์เชฟ? ถุงยาง? หรือแค่ขนมขบเคี้ยว? แต่พอฉันรูดซิปเปิดออกดูก็พบว่ามีสิ่งของหลายอย่างและไดอารี่เล็กๆเล่มหนึ่ง

โอ้..ใช่แล้ว แฟนเก่าของฉันเป็นคนชอบเขียนหนังสือ จังหวะนั้นฉันเกิดอาการลังเลและกำไดอารี่ในมือไว้แน่นราวกับว่าจะมีใครมาขโมยไป ฉันตัดสินใจเปิดไดอารี่เล่มนั้น ในนั้นเขียนว่า “ฉันไม่เชื่อใจผู้หญิงในนิวยอร์ค” “ฉันไม่เชื่อใจผู้หญิงในสังคม” และในที่สุดก็มีชื่อของฉัน “ชีน่า” ฉันแทบหายใจไม่ออก ช่วงที่ฉันอ่านคือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ปี 2015 ซึ่งเป็นช่วงที่เรายังไม่ได้เดทกันแต่ก็คุยๆกันอยู่ ปรากฏว่าถัดจากชื่อฉันมีแต่คำประมาณว่า..ธรรมดา หรือแม้กระทั่งน่าเบื่อ ฉันเป็นเหมือนคนโง่เง่าสำหรับเขา ฉันทรุดตัวลงนั่ง คิดอะไรไม่ออก แถมยังขยับร่างกายไม่ไหว การวางไดอารี่ลงน่าจะเป็นความคิดที่ดีแม้ว่ามันจะทำร้ายจิตใจของฉันไปแล้ว แต่แปลกนะที่เขาบรรยายสิ่งอื่นๆที่ไม่ใช่ฉันได้อย่างมีชีวิตชีวาเหลือเกิน ราวกับว่าฉันเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับเขา ขณะที่ฉันกำลังนั่งรอเขากลับบ้าน ฉันก็รอให้น้ำตาไหลลงมาด้วย แต่กลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ในที่สุดเขาก็กลับมาบ้านและเห็นไดอารี่วางอยู่ถัดจากตัวฉัน ฉันเผชิญหน้ากับเขาเพื่อต้องการคำตอบเรื่องไดอารี่

ฉันพูดว่า “ฉันรู้ว่าไม่ควรอ่านไดอารี่ของคนอื่นแต่ฉันห้ามตัวเองไม่ได้ ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ฉันห่วงเธอมากนะ” เขาโต้ตอบกลับมาว่า “ฉันรู้ว่าเธออาจจะทำอะไรแบบนี้ แต่ฉันเชื่อใจเธอก็เลยทิ้งมันไว้ที่นี่” เขาทั้งโกรธ อับอาย และพยายามกลั้นน้ำตา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นว่าเขาเกือบจะร้องไห้แล้ว ฉันพูดว่า “เป็นเพราะความสับสน ความไม่รู้จักโตและการอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆไม่ได้ของเธอใช่ไหมที่ทำให้เราสองคนไปด้วยกันไม่ได้ ฉันเข้าใจนะว่าทำไมเธอถึงไปจากนิวยอร์ค ถ้าเป็นฉันก็คงทำแบบเดียวกัน”

เขาค่อยๆเก็บข้าวของของเขาไม่ว่าจะเป็นไดอารี่ เสื้อผ้า และหมอนที่เขาพกติดตัวไปไหนด้วยตลอด จากนั้นเขาก็พูดออกมาว่า “อ้อ..ตอนนี้ฉันกำลังคบกับคนอื่นอยู่นะ และคนๆนั้นไม่ใช่เธอ” ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้อง นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาพยายามทำร้ายจิตใจฉัน ฉันรู้ว่าเขาโกหกเพราะคืนแรกที่เราอยู่ด้วยกัน เขาบอกฉันว่าเขายังไม่มีใคร ตอนนี้แหละที่จู่ๆน้ำตาของฉันก็ไหลออกมา เขาเป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่รู้จักโต ฉันรู้แล้วว่าเขาไม่เคยรักฉันเลย และฉันก็รู้แล้วว่าผู้ชายกับผู้หญิงมีความยาวคลื่นไม่เท่ากัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดฉันเรียนรู้ว่าคุณจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนอื่นคิดอะไรอยู่แม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนใกล้ชิดของคุณ อย่างไรก็ตามเราควรปล่อยเรื่องบางเรื่องให้ผ่านไปโดยที่เราไม่ต้องรู้ความจริงจะดีกว่า

ขอขบคุณที่มา : elitedaily.com

เรียบเรียงโดย : เป็นตาฮัก

Load More Related Articles
Load More By tahug
Load More In ครอบครัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Check Also

เปลี่ยนปัญหาให้เป็นความสุข ด้วยใจตนเอง

บนโลกใบนี้ ไม่มีใครที่ไม่เคยเจอปัญหา แต่ปัญหาของแต่ละคน … …