Home การงานอาชีพ รู้จักเอ่ยคำ ขอโทษ ให้มากกว่าคนอื่นคือ “นิสัยของเศรษฐี”

รู้จักเอ่ยคำ ขอโทษ ให้มากกว่าคนอื่นคือ “นิสัยของเศรษฐี”

2 second read
0
0
39

สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจ จากการได้คบค้าสมาคมกับมหาเศรษฐี ผู้มีความสุขก็คือ พวกเขาเอ่ยคำ ขอโทษ จนเป็นนิสัย ผู้เขียนแปลกใจก็เพราะ ในบรรดามหาเศรษฐีที่รู้จักมีชาวต่างชาติเยอะอยู่พอสมควร ซึ่งโดยปกติแล้วชาวตะวันตกที่เดิบโตมาในสังคมของการฟ้องร้องจะไม่มีวัฒนธรรมกล่าวคำว่าขอโทษ เพราะหากพลั้งปากพูดออกไป ก็อาจถูกให้รับผิดชอบได้ในภายหลัง

แต่ก็มีมหาเศรษฐีที่ยอมเอ่ยคำขอโทษออกมาตรงๆ อยู่เยอะทีเดียว

แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งปกติแล้วคนทั่วไปมักทำนิ่งเฉย อย่างเช่น เดินชนไหล่กันนิดหน่อย หรือมาเข้าห้องประชุมสายเพียงไม่กี่นาที พวกเขาก็ยังกล่าวคำว่า “ขอโทษ”

ผมเคยไปเยือนบ้านของมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นผู้หนึ่ง แต่เนื่องจากบ้านหลังนั้นหายากมาก ผมจึงต้องโทรศัพท์ถามทางเขาหลายครั้ง ทันทีที่มาถึง เขาก็รีบค้อมศีรษะขอโทษ พร้อมกับพูดว่า

“ต้องขอโทษจริงๆ นะครับที่บ้านผมหายากขนาดนี้”

ผมตอบกลับไปแทบไม่ทันว่า “ไม่เลยครับ ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย”

ต้องยอมรับเลยว่า มหาเศรษฐีแทบทุกคนเอ่ยปากขอโทษกับเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น

“จำนวนครั้งที่เอ่ยคำว่า “ขอโทษ” สัมพันธ์กับคุณภาพของมิตร”

มหาเศรษฐีคนหนึ่งสอนผมเช่นนั้น

บางคนอาจคิดว่า “การขอโทษบ่อยๆ จะทำให้ขาดความน่าเกรงขามและเส่นห์ของความเป็นผู้นำ อีกทั้งยังไม่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างมิตรระดับไฮคลาสไม่ใช่หรือ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

คนเราทุกคน ย่อมมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการหยิบยืมแรงของผู้อื่น อีกทั้งสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นไม่มากก็น้อย

ดังนั้นคนที่รู้จัก “ขอโทษ” ให้มากกว่าผู้อื่นเป็นเท่าตัว จึงเปรียบได้กับ “คนที่ตระหนักถึงสิ่งที่ใครหยิบยื่นหรือปฏิบัติให้เป็นเท่าตัว”

และเมื่ออ่อนน้อมจนเป็นนิสัย ผู้ที่พบเห็นย่อมรู้สึกชื่นชม จากนั้นมิตรสหายก็จะเพิ่มขึ้นตามมา

การเอ่ยคำว่า “ขอโทษ” ยังแสดงถึงการยอมรับผิดของตน และ พร้อมจะแก้ไขปรับปรุง ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ

เราทุกคนล้วนถูกปลูกฝัง ให้เอ่ยคำขอโทษเมื่อสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น แต่พอเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ คนส่วนมากกลับพยายามเลี่ยงความรับผิดชอบ

ทั้งที่หลักจิตวิทยาอธิบายไว้ชัดเจนว่า “คนเราพร้อมจะให้อภัยคนที่กล้าเอ่ยคำขอโทษ แต่จะเกิดความรู้สึกอคติต่อคนที่เอาแต่แก้ตัว”

จึงขอให้ระลึกไว้เสมอว่าแนวคิด “ขอโทษแล้วคุ้มกว่า”  เป็นเรื่องสำคัญในการคบค้าสมาคมกับผู้อื่น

ขอขอบคุณ : Goodlife update.com

เรียบเรียงโดย : เป็นตาฮัก

Load More Related Articles
Load More By tahug
Load More In การงานอาชีพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

การเดินทางของ “ความรัก”

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้ … …