Home สาระน่ารู้ เกิดทิฏฐิมานะ ต่อให้ชนะอย่างไรก็แพ้

เกิดทิฏฐิมานะ ต่อให้ชนะอย่างไรก็แพ้

0 second read
0
0
262

เกิดทิฏฐิมานะ ต่อให้ชนะอย่างไรก็แพ้

ทิฏฐิมานะ คือ การถือตัวว่าฉันถูก แกผิด และฉันต้องยืนหยัดยึดสิ่งนี้

ในโลกนี้มีคนจำนวนหนึ่ง ที่มีทิฏฐิมานะสูงมาก

สูงมากจนทำลายโอกาสดีๆในชีวิต

สูงมากจนทำลายความสัมพันธ์ดีๆในชีวิต

สูงมากจนทำลายช่วงเวลาดีๆที่ผ่านไปไม่สามารถเรียกย้อนคืนกลับมาได้

การมีทิฏฐิ มันต่อเนื่องมาจากการมีอัตตา คือตัวกู ของกู ยึดมั่นในตัวตนของตัวเองอย่างหนัก

หนักจนต่อเนื่องมาใช้กับคนอื่น ที่น่าเศร้าที่สุด คือการนำมาใช้กับคนที่เรารักเนี่ยแหละ

สามีภรร ย า คู่หนึ่ง อยู่กินมา 20 ปี ไม่มีลูก ทะเลาะกันในเรื่องเล็กน้อยที่สุด แต่ต่างคิดว่าตัวเองถูก มี ทิฏฐิ กันทั้งคู่ เลยไม่ยอมคุยกัน อยู่ในบ้านกินอยู่กันปกติ แต่ไม่พูดกันแม้แต่คำเดียว อีกฝ่ายรออีกฝ่ายที่จะเอ่ยปากก่อน จนเวลาผ่านไปถึง 2 ปี สามีล้มฟุบในห้องน้ำ เลยส่งเสียงเรียกภรร ย า มาช่วย นี่คือการพูดกันครั้งแรกในรอบ 2 ปี สุดท้าย ภรร ย า พาสามีไปโรงพ ย า บาล หมอวินิจฉัยว่า สามีเป็นมะเร็งตับขั้นสุดท้าย น่าจะมีเวลาอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 2 เดือน

ทั้งสองคนกอดคอกันร้องไห้เสียใจ เสียใจที่เหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีก 2 เดือน แต่เสียใจมากกว่าที่เผาเวลา 2 ปีไปอย่างไม่มีความหมาย นี่แหละผลของทิฏฐิมานะ ผลของ ความยึดมั่นถือมั่น เห็นเป็นสำคัญว่าฉันถูก คำถามสำคัญ 3 ข้อที่ครูบาอ ย า กให้เราถามใจตัวเองคือ

1. จริงๆ เราถูกจริงๆหรอ ที่เราแค่คิดเข้าข้างตัวเอง

2. แล้วจริงๆ สิ่งที่ถูกมันมีมุมเดียวหรอ มุมอื่นที่ถูกต้องก็มีเหมือนกันรึเปล่า

3. ต่อให้เราถูก เขาผิดจริงๆ แล้วความถูกต้องมันมีค่าแค่ไหนกัน มันทำให้เรามีความสุขได้มากกว่า การที่เราปล่อยวางวางลงรึเปล่า

ในมุมครูบาฯ ความถูกต้องในสมองไม่มีทางสำคัญไปกว่าความสุขในใจไปได้เลย คนที่มีทิฏฐิมานะ คนทั่วไปจะมองเข้ามาแล้วคิดว่าคนๆนี้ช่างยืนหยัด มีสัจจะ เป็นคนจริง และแข็งแกร่งเสียเหลือเกิน แต่เรื่องจริงก็คือ ภายในเขาอ่อนแอและอ่อนไหวมาก เลยต้องสร้างเกราะกำบังขึ้นมาขวางตาคนไม่เห็นความอ่อนแอนั้น

ทิฏฐิมานะ คือเกราะกำบังอันนั้นแหละ น่าสลดที่ว่าเกราะกำบังอันนี้มันดันเป็นสิ่งเดียวกับกำแพง ที่กั้นขวางความสุขที่เขาควรได้ควรมีในชีวิตนี้ไปด้วย

ชีวิตคนเรามันสั้นนัก การที่เราจะได้อยู่กับใครซักคนยิ่งสั้นกว่า จะยึดมั่นถือมั่นไปทำไม จะถือความถูกต้องที่มองจากมุมตัวเองไปทำไม จะแบกก้อนหินยักษ์นี้ไว้ให้ปวดหลังไปทำไม

ทำไมไม่วางลง ลดทิฏฐิ ลดอัตตาลง ปล่อยไปเถอะสิ่งที่ยึดไว้

เสียอะไรไปกี่อย่างแล้วชีวิตนี้

เสียโอกาสดีๆไปกี่ครั้ง

เสียช่วงเวลาสวยงามไปนานเท่าไหร่

เสียคนดีๆออกจากชีวิตไปกี่คนแล้ว

แล้วจะปล่อยให้เสียอย่างนี้ไปอีกถึงเมื่อไหร่ ถึงวัน ต า ย เลยไหม ฮะ

อย่าไปยึดเลยทิฏฐิ อย่าไปยึดเลยศักดิ์ศรี คนที่ยึดศักดิ์ศรีอย่างเข้มข้น สุดท้ายตอน ต า ย จะวางเปล่าและเหงาหงอย เพราะเหลือเพียงศักดิ์ศรีจอมปลอมที่ไว้กอดก่อน ต า ย อย่างเดียวดายเนี่ยแหละ

วินาทีที่ใกล้ ต า ย ถึงจะค่อยมาสำนึกว่าใช้ชีวิตผิดมาตลอด พวกเราอ ย า กเป็นคนๆนั้นจริงๆหรอ

ปล่อยวางนะโยม ปล่อยไปเถอะ อะไรมันหนักก็ค่อยๆ วางลง พอวางได้ใจมันก็จะเป็นสุข มันจะเบา มันจะโล่ง มันจะอิ่มเอม

คนเราไม่รู้จะ ต า ย เมื่อไหร่ จะ ต า ย ไปทั้งๆที่ใจมันหนัก ไม่ได้ทำในสิ่งที่อ ย า กทำ และไม่ได้สุขในสิ่งที่ควรได้สุขเลย

ครูบาขอเจริญพร

ขอบคุณที่มา : verrysmilejung

Load More Related Articles
Load More By tahug
Load More In สาระน่ารู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

คนกำลังหมดใจเป็นแบบนี้เอง

สังเกตพฤติกรรมของคนที่กำลังหมดใจ 1. เขาเริ่มวิจารณ์คุณต … …