Home ความรู้ รู้จักปฏิเสธให้เป็น จะได้ไม่เจ็บตัว

รู้จักปฏิเสธให้เป็น จะได้ไม่เจ็บตัว

8 second read
0
0
48

อย่ารับปากทุกอย่าง ถ้ามันจะนำมาซึ่งความทุกข์ใจ ทุกข์กายในภายหลัง

work – life balance คำนี้เกิดขึ้นมาเพราะอยากให้ชีวิตมนุษย์ทำงานสามารถรักษาสมดุลชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้ ไม่ใช่ทุ่มเทไปกับการทำงานทั้งหมดจนไม่มีเวลาใช้ชีวิตส่วนตัวของตัวเอง

การอยากให้คนอื่นมีความสุขนั้นไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะตอบรับคำขอร้องคนอื่น หากการทำตามคำขอร้องนั้นแล้วมันสามารถเติมเต็มความสุขของคนอื่นรวมไปถึงตัวเราเองด้วย การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับนั้นเป็นสิ่งดี

เพียงแต่ว่าถ้าบางครั้งเรารู้สึกเหมือนถูกบังคับให้เป็นที่พึ่งของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังแต่ก็ยังรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง เหน็ดเหนื่อย ไม่รู้สึกว่าตัวเองได้เข้าใกล้เป้าหมายในชีวิตของตัวเองเลย ต้องเจียดเวลาจากสิ่งที่สำคัญมากกว่าเพื่อคนอื่นแล้วล่ะก็ ถึงเวลาที่เราต้องวางจุดยืนเสียใหม่ ลดความรู้สึกที่มีต่อความต้องการของคนอื่นแล้วหันมามองความจำเป็นของตนเองดูเสียบ้าง

ปรับเปลี่ยนวิธีคิดรวมทั้งการกระทำของตัวเองใหม่ และ “รู้จักปฎิเสธให้เป็น” ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นโอกาสที่ต้องคว้าไว้ให้ได้ แต่จำไว้เสมอว่ามันจะมีตัวเลือกอื่น มีงานอื่น ประชุมอื่น หัวข้ออื่น หรือแม้กระทั่งปัญหาอื่นๆ ให้แก้ ทุกอย่างยังมีตัวเลือกอื่นเสมอ หากคุณไม่ให้เวลากับสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ในชีวิต เช่น การนอน การพักผ่อน หรือเวลาให้กับคนสำคัญแล้วล่ะก็ คุณจะพลาดสิ่งสำคัญในชีวิตจริงๆ ของคุณไป

– จะช่วยใคร จงแน่ใจว่ามีเวลาทำจริงๆ

การช่วยเหลือไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ถ้าทัศนคตินี้ทำให้คุณต้องแบกรับภาระมากเกินไปจนไม่สามารถโฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุดได้ นั่นคือคุณกำลังทำลายความรับผิดชอบที่สมควรจะมีของคุณ

ถ้าคุณจัดอยู่ในพวกมนุษย์ที่มีพลังงานล้นเหลือ ชอบให้บริการ มักตอบสนองต่อการร้องขอทุกอย่างด้วยคำว่า “แน่นอน, ทำได้อยู่แล้ว” หรือในเวลาที่มีการประชุมและมีใครบางคนต้องการอาสาสมัคร มักจะเห็นมือคุณชูขึ้นมาเสมอ แม้กระทั่งเวลาที่ไม่มีใครขอ

แต่คุณรู้ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ คุณก็เข้าไปเสนอตัวที่จะช่วย การที่ต้องการจะแสดงความช่วยเหลือนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ถ้าทัศนคตินี้ทำให้คุณต้องแบกรับภาระมากเกินไปจนไม่สามารถโฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุดได้ นั่นคือคุณกำลังทำลายความรับผิดชอบที่สมควรจะมีของคุณ

หนทางที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อไม่ให้รับภาระมากเกินไปคือถามตัวเองว่า “มีเวลาที่จะทำจริงๆ หรือเปล่า” ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ก็ทำไป แต่ถ้า “ไม่” และยังไม่พร้อมที่จะสละงานบางอย่างที่มีอยู่เดิมแล้วล่ะก็ คุณต้องตัดใจจากการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแล้วล่ะ

นหลายๆ สถานการณ์ มักจะมีคนอื่นที่ทำแทนคุณได้เสมอ แต่ถ้าคุณยังไม่สามารถต้านทานความรู้สึกนั้นได้ล่ะก็ เราแนะนำให้คุณเอาตัวเองออกไปให้ไกลจากจุดนั้น เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้ถึงทุกปัญหาที่เกิดขึ้น

เปลี่ยนความคิด สร้างกรอบการทำงานของตัวเองขึ้นมา จัดลำดับความสำคัญของงานเสียใหม่ อะไรที่ไม่ใช่งานของเราแต่มีคนมาร้องขอให้ช่วยเหลือ ถ้ามันมากเกินความสามารถของเราก็ต้องรู้จัก “ปฎิเสธให้เป็น”

– จะปฏิเสธอย่างไรดี?

ตั้งคำถามกับตัวเอง “ฉันต้องการจะทำจริงๆ ใช่ไหม?”

คำถามนี้จะช่วยตอกย้ำความคิดว่าเราอยากจะทำจริงๆ คิดไตร่ตรองด้วยเหตุผลหลายๆ รอบแล้วอาจพบว่างานที่เรามีเยอะอยู่แล้ว ถ้าเรารับมาอีกจะทำให้ชีวิตส่วนตัวของเราหายไป เป็นต้น

แต่หากเรายังไม่แน่ใจว่าเราจะตอบอย่างไร การขอเวลาคิดเพิ่มเติมก็ไม่ใช่เรื่องผิด บอกพวกเขาว่า เราต้องการใช้เวลาคิดเกี่ยวกับมันเพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นอะไรที่เราสามารถทำได้จริงๆ พวกเขาจะเข้าใจและนึกขอบคุณที่เราสนใจ จงใส่ความคิดลงไปในการตัดสินใจเสมอ ก่อนที่จะเอ่ยปากตอบกับคนที่ต้องการความช่วยเหลือ คำตอบที่ออกไปจะเป็นคำตอบที่ซื่อสัตย์

ถ้ามั่นใจแล้วว่าไม่ไหวจริงๆ นี่เป็นแนวทางการตอบปฏิเสธที่เราจะแนะนำ

“ฉันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับปัญหานี้ เอาอย่างนี้ ลองไปถาม (ชื่อคน) ดูหน่อยไหมว่าเขาช่วยได้หรือเปล่า?”

♦ ฉันไม่สามารถช่วยได้ตอนนี้ เพราะติดงานอื่นที่สำคัญกว่าอยู่่

หากเรายุ่งเกินไปที่จะตอบรับการขอร้องนั้น ก็บอกไปว่าทำไม่ได้เพราะแผนการทำงานของเราเต็มเอี๊ยดแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็ทำให้เขารับรู้ด้วยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่บ้างเป็นการปฏิเสธโดยแสดงเหตุผลควบคู่กันไป

♦ ตอนนี้ไม่สะดวกเท่าไหร่ ฉันกำลังทำงานบางอย่างอยู่ เดี๋ยวเราค่อยคุยกันใหม่ (บอกเวลา) ได้ไหม?

เป็นเรื่องปกติที่เราจะตอบรับคำขอร้องทันที บางครั้งก็ตอบรับไปโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำ หากเรากำลังทำงานบางอย่างอยู่ จงตอบรับแบบข้อนี้ ประโยคแรกเพื่อบอกว่ามันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่เราจะทำอะไรอย่างอื่นนอกจากงานตรงหน้า ประโยคต่อมาเป็นการแจ้งให้เขาทราบว่าเราปรารถนาที่จะช่วยโดยบอกเวลาที่เราว่างออกไป ผู้ที่มาขอความช่วยเหลือก็จะไม่รู้สึกเหมือนโดนปฏิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย

♦ ฉันอยากจะช่วยนะ แต่…

ออกจะเป็นวิธีที่นุ่มนวล มันเป็นการบอกนัยๆ ว่า เราอยากจะช่วยเหลือจริงๆ แต่ไม่สามารถมีส่วนร่วมได้เนื่องจากเหตุผล (อื่นๆ) ที่เรารู้สึกจริงๆ เช่น ความต้องการที่แตกต่างกัน หรือเวลาที่ไม่เพียงพอสำหรับจัดการทุกอย่าง

♦ ขอคิดดูก่อนแล้วจะรีบตอบกลับว่าช่วยได้ไหมนะ

เหมือนจะเป็นการบอกว่า “อาจจะ” มากกว่า “ไม่” หรือ “ใช่” คิดทบทวนให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจตอบออกไป และระบุช่วงเวลาให้คำอบกลับไปด้วยซึ่งไม่ควรเกิน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องนั้นเร่งด่วนมากเพียงใด

♦ ฉันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับปัญหานี้ เอาอย่างนี้ ลองไปถาม (ชื่อคน) ดูหน่อยไหมว่าเขาช่วยได้หรือเปล่า?

หากมีการร้องขอในสิ่งที่เราไม่สามารถมีส่วนร่วมได้ ไม่ได้มีทรัพยากรที่เขากำลังมองหา ฉันช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย พวกเขากำลังมาหาผิดคน! จงบอกไปตามตรงและช่วยแนะนำเขาว่าจะไปหาคนที่ให้ความช่วยเหลือได้ที่ไหน เป็นการแสดงความช่วยเหลือเล็กน้อยที่เป็นระโยชน์มาก

♦ ขอโทษนะ แต่ฉันไม่สามารถช่วยได้จริงๆ

เป็นวิธีที่ตรงที่สุดที่จะเอ่ยปากบอกไป เราสร้างอุปสรรคขึ้นมามากมายในใจของเราที่จะไม่พูดคำว่า “ไม่” ออกไป ผลที่ออกมาอาจทำให้เราประหลาดใจเมื่อมันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดไว้

เรียนรู้ที่จะปฏิเสธในสิ่งที่เราไม่สามารถทำให้ได้ด้วยการคิดอย่างมีเหตุมีผล ลำดับความสำคัญของงาน ดูตารางเวลาของเราให้ดี รักษา work – life balance เอาไว้ เมื่อเราทำสำเร็จในครั้งหนึ่งเราก็จะพบว่าไม่ได้ยากเกินไปที่จะตอบปฏิเสธ เราจะมีเวลามากขึ้นสำหรับตัวเองในการทำงานและสิ่งสำคัญต่างๆ ในชีวิต

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรารู้จักที่ปฏิเสธเป็นแล้วก็อย่าได้นำคำว่า “ได้” ออกจากพจนานุกรมคำศัพท์ของเราเสียล่ะ การที่เรารู้สึกสบายใจมากขึ้นทุกครั้งที่พูดคำว่า “ไม่” แนวโน้มของการที่คนอื่นจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเราก็อาจจะน้อยลงเช่นกัน ใช้คำว่า “ได้” และ “ไม่” ให้พอเหมาะเพื่อความสมดุลของชีวิตกันดีกว่า

เป็นตาฮัก

 

Load More Related Articles
Load More By tahug
Load More In ความรู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Check Also

ค น เ กิ ด 3 วั น นี๊ จ ะรว ย มี ค นนำเ งิ นมาใส่มื อ

คนใจดี นำโ ช คมาให้.วันพุธ มีเกณฑ์ที่จะถูกส ลากร างวัล … …